個人檔案*☆.• ·*.:。M..usHrO..om´*...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
|
*☆.• ·*.:。M..usHrO..om´*¤°•☆23 October ถึง...คุณดวงดี เห็ดสยาม
ปิดเทอม
หาเรื่องอัพสเปซ
ก็ได้เรื่องนี้มา
มะวานตอนประมาณบ่ายๆ ขณะนั่งเล่นเน็ตอยู่เพลินๆ ได้รับจดหมายมาฉบับหนี่ง
ซึ่งตอนแรกเกือบจะไม่ได้รับแล้ว เพราะแม่เป้นคนรับจากบุรุษไปรษณีย์
บุรุษไปรษณีย์ก็แบบถามว่า "คุณน้า บ้านนี้มีคนชื่อนี้ด้วยเหรอครับ" พอดีคุณพี่เค้าส่งให้บ้านนี้ประจำ
เลยจำชื่อได้ว่า บ้านนี้มีใครอยู่บ้าง ถ้ามีอะไรผิดแปลกเค้าจะสังเกตได้ทันที ขนาดมีอยู่ช่วงนึงแบบมีพัสดุ
ส่งมาเป็นกล่องเล็กๆ ประมาณสัปดาห์ละ สอง กล่อง คุณพี่บุรูษฯ ก็แบบ ผิดสังเกตไง เพราะบ้านนี้ไม่ค่อยจะ
เคยมีพัสดุส่งมา เรยต้องถามซักหน่อยว่า "มันคือไรเหรอครับเนี่ย เห็นส่งมาหลายครั้งแล้ว"
อ้าวไอ้เราก็แบบ นึกในใจ คุณพี่ค่ะเรื่องของหนูคะ 555+ มาต่อเรื่องเดิมดีกว่านะ
แล้วแบบแม่ก็คงรับมาแบบงงๆๆ ดูหน้าซองจม. ซึ่งมันจาหน้าซองว่า
ที่อยู่ถูกต้องแต่ขื่อมันไม่ใช่ บ้านนี้ไม่มี แม่ก็เกือบคืนจม.กลับไปแล้ว แต่พอดีพ่อเดินผ่านมาซะก่อน
แล้วพลิกซองจม. ไปด้านหลัง เห็นเขียนว่า "ดวง" พ่อเลยแบบ นี้มันของดวงนี่หว่า อ้าวกำ เกือบไม่ได้รับจม.ซะแล้ว
ต่อจากนั้นแม่ก็เรียกอิหนูดวงลงมารับจม. ไอ้เราก็รับมาแบบงงๆๆ ใช่เหรอแม่ นี้มันชื่อใคร ??
โชคดีทียังจำลายมือของเพื่อนได้ นี่มันลายมือ อิอุ๊ยนิ ส่งมาจากเชียงราย
ออ เพื่อนเรามันไปเชียงรายมา คิดถึงเลยส่งมาให้ 555+
แต่นะ เขียนมาได้ คุณดวงดี เห็ดสยาม กำ แล้วได้ข่าวว่าคนอื่นนี้ยิ่งกว่านี้
บุรุษไปรษณีย์ที่ส่งจม.พวกนี้คงงงๆ ในโลกนี้มีคนชื่อและนามสกุลนี้ด้วยเหรอว่ะเนี่ย ??
สิ่งของภายในซองสีน้ำตาลก็อย่างที่เห็นนั้นแหละนะ ซึ่งตอนแรกก็แบบ เห็นเป็นรูปเด็กน้อยตาดำๆ น่ารักเชียว
ไอ้เราก็คิดว่าเพื่อนๆ คงเห็นว่าช้านน่ารักหล่ะสิ 555+ เลยส่งรูปเด็กน้อยผู้นี้มาให้
แต่เปล๊า ... พอพลิกกลับไปด้านหลังรูปก็ได้เห็นข้อความ อย่างในรูป
กำ ว่าช้านหัวอ่อนอีกแล้ว -*-
ขอบใจนะจ๊ะเพื่อนๆ
แล้วเปิดเทอมเจอะกัน ปีสี่ เทอมสุดท้ายที่จะได้เรียนแล้ว
คิดถึงพวกแกทุกคน
ปอลอ. ใครเข้ามาอ่านช่วยดูให้ด้วยว่า รูปขึ้นหรือไม่ขึ้น บอกด้วยนะคะ ^^
27 July เราสอบเสร็จหรือเราเสร็จข้อสอบช่วงสองอาทิตย์นี้เหนื่อย และ เพลีย อย่างรุนแรง เนื่องด้วยเป็นเทศกาลสอบมิดเทอม
บวกกับก่อนหน้านั้นมีทำรายงานมหาโหด Advance Bus Fin กว่าจะเสร็จ แทบตายก็เลยทำให้เหนื่อยและเพลียมากมาย
อยู่ปีสี่ ดูๆไปแล้วสอบน้อยนะ แค่สามตัวเท่านั้นเอง แต่ก็ไอ้สามตัวนี้แหละ ..
ทำเอาข้าพเจ้าเกือบตายคากองหนังสือ สามวิชาที่ข้าพเจ้าได้ผจญผ่านมาก็มี
หนึ่ง .. Inter finance
สอง .. Bus Econ -- ความจริงวิชานี้ต้องเรียนปีสอง แต่กะแด๊ะไม่เรียนมาเรียนปีสี่ 555+
สาม .. Advance Bus Fin
แค่เห็นชื่อวิชาที่ต้องสอบก็หนาวแล้ว เทศกาลอ่านหนังสือ เริ่มจากหยิบชีทอินเตอร์ฟินขึ้นมา
ตอนแรกมีชีทอยู่สี่บท ก็ว่างแผ่นอ่านซะดิบดี หวังว่าทันสอบแน่ๆๆ แต่แจ๊กพ๊อตก็มาแตกดังโพล๊ะ
เมื่อวันเสาร์ก่อนสอบสองวัน อาจารย์นัดเรียนเพิ่ม -- ระหว่างเรียนก็ไม่มีอะไร เรียนชิลชิล -- แต่พอจะจบคลาส
ต๊ายตาย อาจารย์พูดอะไรออกมาคะ "นิสิต ข้อสอบเป็นภาษษอังกิดซะส่วนใหญ่นะ" -- อ้าวอย่างนี้ก็แย่ดิ
แต่ยังไม่พอคะเมื่ออาจารย์เอยมาอีกว่า "นิสิต บทที่หกสอบถึงหน้ายี่สิบแปดนะ" -0- งง คะ งง มีแค่บทสี่ไม่ใช่เหรอ
แล้วอีกสองบทมาจากไหนคะเนี่ย กรี๊ดเลยเรา สองบทไม่ใช่น้อยๆ นะ เหลืออีกสองวันในการอ่านหนังสือสอบ
กับการเผชิญอีกสองวิชาและอีกสองบทที่เพิ่มขึ้นมา ทำไงดีหละ ก็ต้องอ่าน อ่านให้ได้ ถึกอย่างเดียว
แต่การสอบมิดเทอมคราวนี้รู้สึกว่าแย่จัง ไม่พร้อมอย่างแรง
คืนวันจันทร์ไม่ได้นอน จิตตกยังจำอินเตอร์ฟินไม่ได้ ถึงจะอ่านทั้งคืนก็ยังจะไม่ได้ ไปสอบทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม
ออกมาจากห้องสอบก็งงๆๆ และกลับบ้านไปกะจะอ่านหนังสือต่อ แต่ไม่ไหวหลับโดยไม่รู้สึกตัว
เช้าวันพุธหยุดอ่านหนังสืออีกสองวิชาที่เหลือ ทุ้งๆ ที่เคยอ่านมาแล้วรอบนึงแต่พอมานั่งอ่านอีกรอบ
เอ๊ะ .. นึ้เราเคยรุ้สึกว่าผ่านตามาแล้วเหรอ --- ไม่หนิ -*-
เหมือนกับอ่านใหม่ทั้งหมด ชีวิตแย่ได้อีก
วันพุธสองวิชาอัดเข้าไป ตายคาที่ คืนนั้นนอนสองชม. ตื่นมาเป็นซอมบี้ไปสอบด้วยอาการงงๆ
สอบเสร็จวิชาบัสอีคอนออกจากห้งอสอบ -- ข้าพเจ้าทำอะไรลงไปอ่ะ -*-
ตอนบ่ายเข้าไปเจอข้อสอบวิชาแอดวานซ์ฯ ข้อสอบมียี่สิบหกหน้า สี่สิบข้อ กับข้อสอบภาษาอังกิดทั้งหมด
ข้อสอบหน้านึงมีสองข้อ แล้วโจทย์หนึ่งมีครึ่งหน้า ข้อสอบมีแปดตัวเลือก -- ข้าพเจ้าอึ่งไปสิบวิ ก่อนจะทำใจเปิดข้อสอบ
แล้วก็รู้สึกวิญญาณออกจากร่างทันที -- ก็อีกนั้นแหละออกจากห้องสอบอย่าง งงๆๆ และอาการอยากจะร้องไห้ 555+
กลับบ้านทันที -- ไม่มีไปต่อ -- ถึงบ้าน "สลบ"
ระหว่างกลับบ้านอีวินโทรมา "ดวงแกอยุ่ไหนนน ทำไมหักหลังช้าน กลับบ้านได้ไงงง"
ขอโทดว่ะวิน ไม่ไหวจริงๆ วิญญาณออกจากร่างไปนานแล้ว ถ้าอยู่ต่อสงสัยเป้นซอมบี้เดินอยู่กลางมาบุญครองแน่ๆ
จบเทศกาลสอบ -- ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทำให้หนูผ่านช่วงเวลานี้มาได้
แต่มันก็ยังไม่จบร้อยเปอร์เซ็นนะ
อีกสองอาทิตย์เจอกันกับวิชา Money Banking มิดเทอมครั้งที่สอง -- สุ้ๆๆ
จบแล้วดีกว่า ไว้มาแซบตัวเองให้ฟังใหม่นะ ^0^
โชคดีทุกคนคะ 28 June แค่อยากจะอัพ --- สเปซเปิดเทอมมาแล้ว 1 เดือน ไวเหมือนโกหก -- มีทั้งเชียร์ รับน้อง สังสรรค์กับเพื่อนๆ (อันหลังนี้ไร้สาระเนอะ555+)
อืม ปีนี้รับน้องก็สนุกดีนะ ถึงแม้จะมีอะไรติดขัดไปบ้างแต่ก็ผ่านไปด้วยดี ฝนไม่น่าตกเลยเสียบรรยากาศหมด *-*
ปี 4 เทอม 1 นี้ก็เรียนเยอะใช้ได้เหมือนกันนะ แต่ละตัวคิดแล้ว อื้มมมมม
มีวิชาที่ให้เสียวอยู่หลายตัว -- advance bus fin ตัวที่อยากบอกว่า ทำไมเรียนแล้วไม่เข้าใจเรยว่ะ
อยากบอกอาจารย์ว่า "อาจารย์ขา หนูเรียนภาคปกติคะ มิใช่ภาคอินเตอร์ ขอหนูเรียนภาษาไทยได้มั้ยคะ " *0*
ไอ้วิขานี้ ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าเรียนภาษาไทยแล้วมันจะรู้เรื่องมั้ย ฮือๆๆ อยากร้องไห้หหหหห
กราฟ สูตร ทุกอย่างอธิบายเป็นอังกิด ศัพท์เทคนิคก็ไอ้เราก็รู้เยอะซะมัด .. เฮ้อออ
อีกตัวก็ inter fin อันนี้ก็พอเรียนได้ แต่ก็นะ ชั้นเลือกภาคถูกป่าวว่ะเนี่ย 555+
เทอมนี้ลงไป 6 ตัว (มากไปป่าวว่ะ) ก็มี advance bus fin, inter fin, business strategy, money bank,
psy life work และตัวสุดท้ายที่ความจริงต้องเรียนตั้งแต่ปี 2 แต่ปอดแหกลดมาเรียนปี 4 ซะงั้น คือ bus econ 555+
เป็นไงหล่ะ กับ 6 ตัวนี้ เส้าไปเลย แต่นะ ยังไงก็ต้องเรียนให้ "จบ"
วันเสาร์นี้สอบมิดเทอมครั้งที่ 1 ของวิชา money bank แล้ว เร็วมากๆ
ยังไม่ได้เตรียมตัวและเตรียมใจเลย อ่านก็ยังไม่ได้อ่าน
คนที่อ่านสเปซก็คงจะคิดว่า "แล้วนี้เธอมาพิมพ์อะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ไปอ่านหละคะ"
เห่อๆๆ อยากบอกว่า "ไม่มีอารมณ์ ขออนุญาติเป็นพุ่งนี้นะคะ พุ่งนี้หยุดคะ หนูจะใส่เต็มสตรีมเรย"
เอาหล่ะ ดวงพร วันเสาร์สู้ตาย!!!!!!
วันนี้พายุเข้าหล่ะ ระหว่างเรียน bus econ อยู่ มองไปที่หน้าต่าง ลมมายังกะฟ้าจะถล่ม
ทุกคนหันไปมองอย่างมิได้นัดหมายเรยทีเดียว อาจารย์ถึงกับบอกว่า สนใจอาจารย์หน่อยนะคะ นิสิตทุกคน!!!!
พอเรียนเสร็จ ลงมาด้านล่าง เอ้าแวะกรุ๊ปซะหน่อย ต๊าย ตาย นี้หรือที่เรียกว่ากรุ๊ป -- เละมากกก
มีทั้งกิ่งไม้ ทั้งใหญ๋ทั้งเล็ก ใบไม้ เศษซากอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด รวมทั้งร่มอันเป็นที่รักทุกคัน
ล้มหายตายจากกันไปคนละทิศละทาง เละอย่างไม่น่าจะฟื้นฟูได้ -- เว่อร์ไปม่ะ 555+
ก็นะพอเห็นว่ากรุ๊ปนั่งไม่ได้ ไปหาแพรวกะพลอยที่ห้องคอมฯดีกว่า -- ทำงาน bus strategy จนเสร็จ(เหรอ?)
กลับถึงบ้านประมาณทุ่มครึ่ง ใช้เวลาเดินทางจากห้องคอมฯถึงบ้านประมาณชั่วโมงคึ่ง -- นานโค-ตร
อืม ยังไม่ได้กินข้าวหนิ มีไรบ้างหล่ะ ซาลาเปา 2 ลูก, ส้มโอหวานๆ, ยำไข่ดาว และ ขนมบิสกิตถั่ว >> ฟาดเรียบทุกอย่าง
เนื่องจากกลางวันมิได้กินข้าว ประทังชีวิตด้วยเนสวิต้าปั่น 1 ถ้วยเท่านั้น
เอาหล่ะๆ จบแล้ว เม้าส์ตัวเองมาพอแล้ว ปรับโหมดขยัน(จะได้มั้ย??)เข้าสู่เช้าวันพุ่งนี้เพื่อที่จะอ่านหนังสือสอบต่อไป
รักษาสุขภาพด้วยนะ ทุกคน (^0^)v
22 May นน.หายยยยยย ไปไหนหว่า ??อยู่บ้านใหม่ให้มีความสุขนะคะ คิดถึงเสมอคะ
ไม่ได้อัพมานานมาก ถึงเวลาหาเรื่องมาเขียนแล้ว -- ไร้สาระจริงๆ 55+
ปกตินานๆ ทีจะได้ขึ้นไปเหยียบบนตาชั่ง แต่ตั้งแต่ปิดเทอมสองสามเดือน
จะต้องเช็คอยู่บ่อยๆ เพราะปล่อยไม่ได้ ขึ้นอย่างมหาศาลชัวร์ -- ขนาดทำอย่างนี้แล้ว
มันยังขึ้นอ่ะ -- ก็ชอบกินอ่ะตัวเอง ^0^
เรื่องที่จะเล่ามันมีอยุ่ว่า ปิดเทอมใช่ม่ะ ก็นั่นแหละจะต้องมีการชั่งน้ำหนัก
อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้งแล้วแต่สมองจะขยันสั่งการให้เดินไปชั่ง
เหตุการณ์ก็ดำเนินไปตาปกติตลอดตั้งแต่เริ่มปิดเทอมจนกระทั่งมะวานนี้ -- ผลลัพธ์ นน. ขึ้นมาโลก่าๆ เกือบสอง
แต่พอมะวานตื่นเช้ามา เอ!!! รู้สึกจะผอมลงนะ เลยเดินไปชั่งน้ำหนัก นั่นแน่หายไปไหนโลหนึ่งว่ะ -- 555+ฝันไปเหรอ??
วันนั้นทั้งวันเลยกินมากก่าปกติ เพราะรุ้สึกไงว่าช้านน้ำหนักลดหละ แล้วก็ไปชั่งตอนเย็นใหม่
ก็ยังเหมือนตอนเช้านี้หว่า เฮ้อทำไมช้าน นน.ลดได้ว้า -- แต่ดีใจลึกๆ คิคิ
เดินยิ้มลงไปข้างล่างเจอหน้าม่ำม๊า -- ม๊า ม๊า นน. ลดหล่ะ หุหุ ^0^ -- ยิ้มยังกะคนถูกหวย
แต่ประโยคถัดมาที่ได้ยินจากม่ำม๊าก็คือ -- นี่ไปชั่งเครื่องสีชมพูใช่มั้ย -- ก็ใช่หนะสิ -*-
งั้นน้ำหนักก็สมควรลดหละ เพราะมะเช้าม๊าไปปรับให้ตาชั่งมันตรงเองหละ เห็นมันไม่ตรงมานานแล้วเลยปรับซะหน่อย
อ้าว กรำ นึกว่าตรู นน. ลด ที่แทน นน.ของตรูมาถูกปรับลดโดยมือของม่ำม๊าที่ไปปรับตาชั่งให้มันตรงนั่นเอง -*-
สรุป นน. ก็คือเท่าเดิม -.-" ม๊า นะ ม๊า ไม่น่ามาทำให้ลูกดีใจเลย กำ กำ กำ
อีกสองอาทิตย์จะเปิดเทอมแล้ววววววววว คิดถึงเพื่อนๆ
ปีสี่ ปีสุดท้าย เร็วจริงๆ รู้สึกเพิ่งจะเป็นเฟรชชี่ 55+
นี่แก่ซะแล้ว -*- 2 May อากาศ ??ช่วงนี้รับไม่ได้จริงๆ กับอากาศที่แปรปรวนเปลี่ยนไปทุกวัน
เดือนที่ผ่านมามีทั้ง หน้าร้อน หน้าฝน ขาดก็แต่หน้าหนาว นี้ถ้ามีหน้าหนาวมาด้วยนะ คงแย่แน่ๆ เลย
ไอ้ช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ ก็แทบจะบ้าตาย อาบน้ำออกมายังไม่ถึง 5 นาที เหงื่องี้ออกมายังกะไปวิ่งมาห้าร้อยเมตร
แล้วนี้ยังไม่ทันไรก็เกิดอาการฝนตกได้ทุกวันซิหน่า ...
- แดดก็ไม่มี ตากผ้าก็ไม่แห้ง พากันเหม็นอับไปหมด
- ยุงเยอะมากๆๆ กัดได้ตลอดเวลา ไม่อิ่มกัน่บ้างเหรอเนี้ย - - เดี๊ยวจะโดนพลังตบสะท้านโลกันต์ 555+
- ไปที่ไหนๆ ก็แฉะมากมาย เดินทีขี้โคลนกระเด็นมาถึงก้น -*-
- ถนนสุขุมวิทหน้าบ้านติดทุกวัน ติดมากๆ ด้วย ทั้งขาไปและขากลับ มองแล้วหดหู่ใจ ฝากเตือนนะ ใครจะมาแถวนี้
กรุณาหลีกเลี่ยง - - ไม่งั้นเตรียมคอมฟอร์ดร้อยมาได้เลย เดียวจะทนไม่ไหว ^0^
- อีกอย่างสัตว์ที่น่ารักที่มากับฝน คุณกะจั๊ว คุณตะขาบ คุณหนู ฯลฯ อย่าปรากฎตัวให้ข้าพจ้าเห็นเลยนะ
อีกเดือนนึงเปิดเทอม คิดถึงเพื่อนๆ เหมือนกันนะเนี้ย แต่ก็นะ ช่วงนี้ออกไปไหนไม่ได้เลย งานที่บ้านนี้มันเยอะจริงๆ
แต่ถึงยังไงเพื่อนๆ ก็ตั้งใจฝึกงานกันต่อไปเน้อ ไว้ว่างตรงกันเมื่อไรเจอะกัน 0_0
รักษาสุขภาพให้ดีด้วยนะทุกคนนนนน
21 April โดน Tag ซะแล้ว!!เพิ่งจะเข้าไปเห็นว่าตัวเองโดน Tag จากแพรว ตังแต่เดือนกุมภา -- นานมากแล้ว แต่เพิ่งรู้ หวังว่าคงยังไม่ตกเทรนด์นะ
ทุกคนคงจะรู้กันแล้วว่า Tag นี้มันเป็นยังไง
แต่จะขออธิบายสั้นๆ ว่าคนที่โดน Tag จะต้องเขียนความลับหรือเรื่องที่คิดว่าคนอื่นไม่มีทางรู้ให้ทราบโดยทั่วกัน 5 ข้อ
แล้วก็จัดการ Tag คนที่รู้จักต่อไป มันก็เหมือนเป็น จดหมายลูกโซ่ นั้นแหละ !!
มาเล่าเรื่องอะไรกันดีหละ ?? ตั้ง 5 เรื่อง -- เป็นคนไม่ค่อยมีความลับอยู่ 555+
เอ้ามาเริ่มกันเลยแล้วกัน
เรื่องแรก ตอนเด็กๆ ซักประมาณอนุบาลอยู่โรงเรียนลาซาล เหตุเกิดเวลานอนกลางวันพอดี
ช่วงเวลานอนกลางวันของทุกวัน เด็กหญิงดวงพร จะชอบได้ยินเสียงประกาศที่ดังมาจากรถยนต์ที่ชอบแล่นขายขออยู่ละแวกนั้นทุกวัน
แต่ไม่สามารถจับใจความได้ว่าพูดว่าอะไร จึงเกิดความสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร เลยถามเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง
เด็กหญิงดวงพร : นี่ๆๆ นั้นมันเสียงอะไรเหรอ ?? ได้ยินทุกวันเลย
เด็กผู้ชาย : อ๋อ นั่นเหรอ อย่าทักเชียวนะ เดียวเค้าจะจับไปขาย
เด็กหญิงดวงพร : จิง เหรอ
เด็กผู้ชาย : จิงๆๆ ไม่เชิ่อก็ลองทักสิ
เด็กหญิงดวงพร : น่ากัวจังเลยเนอะ --- เด็กอารายฉลาดน้อยจริงๆๆ -*-
ตั้งแต่นั้นมาเด็กหญิงดวงพร ไม่เคยสงสัยอีกเลย
เรื่องที่สอง ตอนเด็กๆ จะต้องเดินทางผ่านร้านชื่อ Hi-Fi ทุกวัน แล้วอ่านออกเสียงออกมาว่า ฮิ-ฟิ
สุดท้ายถึงได้รู้ว่ามันอ่านว่า ไฮ-ไฟ
เรื่องที่สาม เคยโดนน้ำแกงก๋วยเตี๊ยวลวกหลังตอนประมาณประถมต้น พอดีวันนั้นจำได้แม่นว่าเป็นวันเสาร์ --
จำได้ว่าตอนเด็กๆ ทุกเสาร์จะต้องกินก๋วยเตี๋ยว - - ตอนเวลาประมาณ 8 โมงกว่าๆ อาซิ่มผู้ใจดียกก๋วยเตี๊ยวมาให้กิน
แต่ด้วยความซวยของข้าพเจ้า หันไปปัดน้ำแกงในมือของอาซิ่มราดลงบนหลัง
ของข้าพเจ้าเอง -- ร้อน แสบ พอง น้ำตาไหลพรากๆๆ -- รักษาเบื้องต้นโดยว่านหางจระเข้ที่ปลูกบนดาดฟ้า นำมาทาๆๆ แล้วก็ทา
แล้วจิงส่งตัวให้แพทย์รักษาในขั้นต่อไป -*- --ตอนนั้นเลยเป็นคนแขนขวาเดี้ยงไปเป็นอาทิตย์
เรื่องที่สี่ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ห้องน้ำที่บ้าน อ่างใส่น้ำอ่างเก่ามียุงเยอะมาก ดังนั้น เวลาเข้าห้องน้ำซักที จะมีความท้าทายรออยุ่
ดวงพรจะชอบกวนน้ำให้ยุงบินขึ้นมา แล้วจัดการตบไม่ให้เหลือ ตบได้หนึ่งตัว เอามาเรียงบนขอบอ่างหนึ่งตัว สองตัวก็เรียงต่อกันไปเรื่อยๆ
ยิ่งเยอะยิ่งดี วันไหนได้เยอะ >> โคตรเก่งเลยว่ะ >> ตอนนี้ โคตรบาปเลยว่ะ -*-
เรื่องสุดท้าย ที่จะเล่าให้ฟังเคยน้ำหนักมากสุดถึง 54-55 กิโลกรัม เมื่อตอนอยู่ป.5-6
และเคยน้ำหนักเบาที่สุด คือ 42-43 เมื่อตอนอยู่ ม.4 เพื่อนเห็นแล้วคิดว่าผีเดินได้ >> โทรมมากๆๆ
อีกอย่าง คือ ไม่เคยไว้ผมยาวเกินกว่าไหลเลยตั้งแต่เกิด จนถึงเรียนจบม.6 จนได้ฉายาว่าเห็ด ... นั่นเอง
เอาไปอ่าน 5 เรื่องหวังว่าคงยังไม่มีคนรู้นะ
ต่อไปข้าพเจ้าจะขอ Tag
1. เพื่อนไนท์ จามรีน้อย ณ เนเธอร์แลนด์
2. แนน หมีแพนด้า
3. น้องหมิว น้องรหัสถ้าว่างทำให้ด้วยน๊า
4. พี่นุ๊ก (Danookatui) ถ้าเข้ามาอ่าน และ ว่างจากการฝึกงานเ มาเล่นกันหน่อยนะคะ
5. ยุ้ย เด็กน้อยของเพื่อนๆ
ถ้าเข้ามาอ่านแล้วทราบว่าตัวเองโดน Tag ก็ช่วยทำนะจ๊ะ จะตามไปอ่าน ^0^ 18 April แมวเก้าชีวิต??ตอนนี้ที่บ้านมีแมวมาป้วนเปี้ยนหลายตัว >> ดำจังแกกันทั้งนั้น
ไม่รู้มันมาจากไหนกันมากมาย แต่ดูไปดูมาก็เพลินดีเหมือนกันนะ
วันนี้เลยเก็บเอาเรื่องราวของมันมาเล่าให้ฟัง
ตอนนี้มีสิงสถิตอยู่ที่บ้าน 4 ตัว คือ แม่หนึ่งกับลูกๆ อีกสาม
ซึ่งทั้งหมดสีดำสนิท -- ถ่านเรียกพี่ ก็ว่าได้
ลูกทั้งสามตัว hyper มากๆ วิ่งเล่นได้ทั้งวัน หัดปีนต้นไม้จนหน้าหวาดเสียวไปหมด
และแล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง ที่เกิดเหตุการณ์ที่ ไม่คาดฝัน ขึ้น
ลูกแมวทั้งสามได้ปีนขึ้นไปสิงสถิตอยู่บนหลังคาบ้าน
หนึ่งในนั้น-- อยากจะบอกว่าซนจนลิงยกให้เป็นแม่แบบเลย --
ไม่รู้ทำอีกท่าไหน ตกลงมานอนชักกะแด๋วๆๆๆ อยู่สองสามทีแล้วแน่นิ่งไปซักพัก
สิบวินาทีต่อมา ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เธอลุกขึ้นเดินแบบมึนๆ เอียงซ้ายเอียงขวายังกะ คนเมา
แล้วก็ไปนอนพักบนลังไม้ที่เธอคิดว่าสบายที่สุด แล้วทำหน้าเหมือนแมวจะตาย
คอพับคออ่อน >> น้องเห็น ทนไม่ไหวจนต้องเอาผ้าไปปูให้นอน
ขอเสริมว่าขนาดเป็นแบบนี้ย้างจะมีเด็กมาแกล้ง ฉีดน้ำใส่ วันสงกรานต์ซะงั้น 55+
ไอ้เราก็คิดว่าจะรอดมั้ยเนี่ยคืนนี้ พอสี่ทุ่มลงมาแอบดูที่หน้าต่าง อ้าว!!! หายไปหนายแล้ว
เช้ามาก็หาไม่เจอ มันตายแล้วมีคนเอาไปทิ้งแล้วเหรอ???
ถามแม่ ถามใครก็ไม่มีคนตอบได้ แล้วมันไปไหนหล่ะ ?
ตอบ : ไม่ได้ไปหนายหรอก คือเธอยังไม่เข็ดอ่ะ ที่ตกลงไปข้างล่าง เลยปีนขึ้นมาบนหลังคาอีก
ตอนเจอนะ หลับสบายเชียว แหม!! นึกว่าเดดซะมอเร่ไปแร้วซะอีก
ยังงี้ไงเค้าถึงมีคำว่า แมวเก้าชีวิต ...
นี้คือรูปโฉมหน้าของบรรดาแมวๆ ทั้งหลาย แล้วตัวที่ตกลงมาจากหลังคา ซึ่งสูงประมาณสี่ถึงห้าเมตรดัง แอ๊ก
ก็คือตัวที่มี หางแหว่ง ๆ นั้นเอง -- ไม่รุ้ไปโดนหนูแทะหางมาจากไหน 55+
อ้อ วันนี้ขึ้นไปบนดาดฟ้า เห็นสมาชิกแมวเหมียวเพิ่งมาอีกสองตัว
เพิ่งคลอดออกมาจากแม่ตัวดำเหมือนกัน
โชคดี ไม่ดำทั้งหมด -- ตัวนึง สีดำ ขาว อีกตัว ลายสีดำ เหลือง ขาว น่ารักเชียว
แล้วนี้บ้านข้าพเจ้าเป็นอะไรหล่ะเนี้ย ??? บ้านแมว หรือ บ้านคน
|
|
||||||||||||||||
|
|